พระพุทธชินสีห์
|
สถานที่ประดิษฐาน พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรมหาวิหาร ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ กรุงเทพมหานคร |
พุทธลักษณะ ศิลปะสุโขทัยผสมเชียงแสน ปางมารวิชัย ขนาด หน้าตักกว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๔ นิ้ว |
ผู้ที่มีโอกาสผ่านไปยังย่านบางลำพูในวันที่ตรงกับวันพระ น่าจะหาโอกาสเข้าไปที่พระอุโบสถของวัดบวรนิเวศวิหารซึ่งจะเปิดเฉพาะวันธรรมสวนะเท่านั้น พระอุโบสถนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอันควรแก่การสักการะถึงสององค์ คือพระสุวรรณเขตหรือหลวงพ่อเพชรพระประธานกับพระพุทธชินสีห์ซึ่งอยู่ด้านหน้าพระประธานอีกที พระพุทธชินสีห์เป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในกระบวนพระพุทธรูป ที่อัญเชิญลงมาจากหัวเมืองฝ่ายเหนือในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่เชื่อกันว่าพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัยโปรดให้สร้างขึ้น ที่เมืองพิษณุโลกคราวเดียวกันกับพระพุทธชินราชแล้วให้ประดิษฐานไว้ที่พระวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลกสืบมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ครั้นในรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ชำรุดทรุดโทรมขาดผู้รักษาดูแล สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพจึงโปรดให้อัญเชิญมายังกรุงเทพมหานคร เพื่อประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศที่ทรงปฏิสังขรณ์ พระพุทธชินสีห์นั้นเป็นพระพุทธรูปที่ชาวพิษณุโลกและชาวเมืองเหนือเคารพบูชาอย่างยิ่งองค์หนึ่ง ในคราวที่อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ลงมากรุงเทพฯ ในปี ๒๓๗๒ นั้น มีบันทึกที่กล่าวถึงความรู้สึกของชาวเมืองไว้ว่า ...เมื่อเชิญออกจากวิหารนั้น ราษฎรพากันมีความเศร้าโศกร้องไห้เป็นอันมาก เงียบเหงาสงัดไปทั้งเมือง เหมือนศพลงเรือน แลแต่นั้นมาฝนก็แล้งไป ๓ ปี ชาวเมืองพิษณุโลกได้ความยากยับไปเป็นอันมาก ตั้งแต่พระพุทธชินสีห์ลงมาถึง กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพก็ทรงพระประชวรพระโรคมานน้ำได้ปีเศษก็เสด็จสวรรคต ราษฎรพากันกล่าวว่าเพราะเหตุที่ท่านไปเชิญพระพุทธชินสีห์อันเป็นสิริของเมืองพิษณุโลกลงมา... เมื่อแรกที่พระพุทธชินสีห์มาถึงยังวัดบวรนิเวศได้ประดิษฐานอยู่ ณ มุขหลังของพระอุโบสถเดิมซึ่งทำเป็นจตุรมุข เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งยังผนวชเสด็จมาครองวัดบวรนิเวศ จะทรงสร้างพระเจดีย์จึงทรงเชิญพระพุทธชินสีห์มาประดิษฐานในพระอุโบสถเพื่อรื้อมุขหลังสร้างพระเจดีย์ พระพุทธชินสีห์จึงประดิษฐานคู่กับพระสุวรรณเขตตราบจนทุกวันนี้ |