พระพุทธชินราช

 

สถานที่ประดิษฐาน    พระวิหาร  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  อำเภอเมือง  พิษณุโลก

พุทธลักษณะ              ศิลปะสุโขทัย   ปางมารวิชัย

                                ขนาดหน้าตักกว้าง  ๕ ศอก ๑ คืบ  ๕ นิ้ว  สูง ๗ ศอก

                                วัสดุ  สำริดลงรักปิดทอง

        พิษณุโลกเป็นเมืองใหญ่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแต่โบราณ  จึงมีโบราณสถานโบราณวัตถุให้เที่ยวชมจำนวนมาก  ในขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  เช่น  ป่าเขาและน้ำตกที่งดงามมีชื่อเสียงให้เลือกเที่ยวกันตามอัธยาศัย  แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งนักเดินทางไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบใดจะต้องมุ่งไป  คือ  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุหรือที่ชาวเมืองเรียกขานกันว่า  "วัดใหญ่"  วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านในบริเวณตัวเมือง  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชพระพุทธรูปที่ได้รับยกย่องว่างามที่สุดองค์หนึ่งของไทย

        พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปโบราณ  สันนิษฐานว่าสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท  โปรดให้สร้างขึ้นในคราวเดียวกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา  ครั้งสถาปนาเมืองพิษณุโลกเป็นเมืองลูกหลวงในพุทธศักราช๑๙๐๐  พระพุทธชินราชคือประจักษ์พยานถึงความสูงส่ง  ทางฝีมือและความฉลาดลึกซึ้งของช่างในยุคนั้น  นอกจากองค์พระจะงดงามโดยพุทธลักษณะคือเป็นการนำเอาลักษณะที่งาม  ตามแบบอย่างพระพุทธรูปสุโขทัยกับเชียงใหม่มาผสมผสานกันอย่างลงตัว  แล้วการประดิษฐานองค์พระในจุดที่พอดีทั้งเรื่องแสงเงาและมุมมอง  ยังมีส่วนสำคัญให้เราได้รับความงามนั้นอย่างเต็มที่  เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมานมัสการพระพุทธชินราชครั้งแรกในปี ๒๔๓๕ ทรงบันทึกไว้ว่า  "...เวลานั้นยังมิได้ปฏิสังขรณ์แก้ไขพระวิหารให้สว่างอย่างทุกวันนี้พอไปถึงประตูวิหารแลเข้าไปข้างใน  ดูที่อื่นมืดหมดเห็นแต่องค์พระชินราชตระหง่านงามเหมือนลอยอยู่ในอากาศ  เห็นเข้าก็จับใจเกิดเลื่อมใสในทันที  เพราะเขาทำช่องแสงสว่างเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้าแต่ทางเดียว  พระชินราชตั้งอยู่ข้างในตรงประตูและเป็นของปิดทอง  จึงแลเห็นก่อนสิ่งอื่นในวิหาร..."  ต่อมาได้มีการเจาะหลังคาวิหารให้แสงสว่างเข้าได้มากขึ้น  ซึ่งกลับทำให้องค์พระไม่เด่นเช่นที่เป็นมาแต่โบราณ  อีกประการหนึ่งได้แก่การกำหนดตั้งองค์พระให้หน้าตักอยู่ในระดับสายตาในวิหารซึ่งมีรูปทรงยาว  เปรียบประดุจกล้องส่องกำกับระยะการมองให้ได้คมชัดที่สุดช่วยให้เราเห็นความงามได้เต็มที่  ข้อนี้ท่านผู้รู้กล่าวไว้ว่าหากพระพุทธชินราชไปประดิษฐานอยู่ในวิหารสั้น ๆ และองค์พระตั้งอยู่สูงจนต้องแหงนหน้าดู  จะไม่งามได้เท่าที่เป็นอยู่นี้

        พระพุทธชินราชนั้นมิได้  "เป็นหลักเป็นศรี"  เฉพาะแก่จังหวัดพิษณุโลกเท่านั้นดังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ  ทรงสรรเสริญว่า  "...ถ้าพระพุทธชินราชยังคงอยู่ที่เมืองพิษณุโลกตราบใด  เมืองพิษณุโลกจะเป็นเมืองที่ควรไปเที่ยวอยู่ตราบนั้น  ถึงในเมืองพิษณุโลกจะไม่มีชิ้นอะไรเหลืออยู่อีกเลย  ขอให้มีแต่พระพุทธชินราชเหลืออยู่แล้ว  ยังคงจะอวดได้อยู่เสมอว่า  มีของควรดูควรชมอย่างยิ่งอย่างหนึ่งในเมืองเหนือ  หรือจะว่าในเมืองไทยทั้งหมดก็ได้..."           


1