พระพุทธสิหิงค์  (เชียงใหม่)

 

สถานที่ประดิษฐาน    วิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  วรมหาวิหาร  ตำบลพระสิงห์  อำเภอเมือง  เชียงใหม่

พุทธลักษณะ            ศิลปะเชียงแสนสิงห์หนึ่ง

                                ปางมารวิชัย  ขัดสมาธิเพชร

                                ขนาด  หน้าตักกว้าง ๑ เมตร

                                วัสดุ  สำริด  ลงรักปิดทอง

        ตามตำนานพระพุทธสิหิงค์กล่าวว่า  เมื่อพุทธศักราช ๑๙๕๐  ขณะเมื่อพระพุทธสิหิงค์ยังประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเชียงราย  เชียงรายกับเชียงใหม่เกิดการรบพุ่งกันขึ้นเชียงใหม่เป็นฝ่ายชนะ พระเจ้าแสนเมืองมาแห่งนครเชียงใหม่จึงโปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มายังเชียงใหม่  โดยล่องเรือมาตามลำน้ำปิง

        เรือที่อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาเทียบท่าขึ้นฝั่งยังนครเชียงใหม่ที่ท่าวังสิงห์คำ  ขณะเชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบกปรากฏรัศมีจากองค์พระเรืองรอง  เป็นลำไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไกลถึง  ๒๐๐๐ วา  ต่อมาจึงได้มีการสร้างวัดขึ้น  ณ  ที่นั้น  ได้ชื่อตามเหตุอัศจรรย์ในครั้งนั้นว่า  วัดฟ้าฮ่าม  ซึ่งหมายถึงฟ้าอร่ามนั่นเอง

        แต่แรกนั้นพระเจ้าแสนเมืองมาตั้งพระทัยจะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐาน  ยังวัดสวนดอกซึ่งตังอยู่นอกเวียงออกไปทางทิศตะวันตก  แต่เมื่อชักลากบุษบกไปถึงวัดลีเชียงพระก็มีอันติดขัดไม่อาจลากต่อไปได้  พระเจ้าแสนเมืองมาถือเป็นศุภนิมิตรจึงโปรดให้สร้างมณฑปขึ้น ณ วัดลีเชียงพระและประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ ณ วัดนั้น

        เมื่อพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่  ณ  วัดลีเชียงพระ  ความศรัทธาเลื่อมใสของชาวเมืองที่มีต่อพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ชาวเมืองเชียงใหม่พากันเรียกชื่อวัดตามนามพระ  แต่เนื่องจากชาวเมืองเรียกนามพระพุทธสิหิงค์กร่อนเป็นพระสิงห์  วัดพระพุทธสิหิงค์จึงกลายมาเป็นวัดพระสิงห์ดังเช่นทุกวันนี้

        ในเทศกาลสงกรานต์จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนบุษบกแห่รอบเมืองเชียงใหม่ ให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นประจำทุกปี             


1