พระพุทธสิหิงค์
|
สถานที่ประดิษฐาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ภายในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร |
พุทธลักษณะ ศิลปะลังกา ปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ ขนาด หน้าตักกว้าง ๖๖ เซนติเมตร สูง ๙๑ เซนติเมตร วัสดุ สำริด |
บริเวณที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครนั้น เดิมเป็นเขตพระบวรราชวังหรือ "วังหน้า" จะเห็นได้จากอาคารหลายหลังยังคงเรียกว่า "พระที่นั่ง" ด้วยเคยเป็นที่ประทับในกรมพระราชวังบวรมาก่อน ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการจัดแสดงสิ่งของควรชมต่าง ๆ เว้นแต่อาคารหลังหนึ่งที่ยังคงรักษาสภาพทั้งภายนอกภายในไว้คงเดิมที่สุด ได้แก่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญยิ่งอีกองค์หนึ่ง คือ พระพุทธสิหิงค์ ตามตำนานกล่าวว่าพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์องค์หนึ่งของลังกา ได้มีการอัญเชิญมายังกรุงสุโขทัยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อกรุงสุโขทัยตกอยู่ใต้อำนาจกรุงศรีอยุธยาสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว) ได้ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ณ กรุงศรีอยุธยา พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่ผู้ครองเมืองทั้งหลายปรารถนา ที่จะได้ไว้เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง จึงปรากฏตามประวัติว่าได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ย้ายไปมาระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองเชียงใหม่สุดแต่สถานการณ์และอำนาจทางการเมือง จนกระทั่งในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อเชียงใหม่เข้ารวมอยู่ในการปกครองของกรุงเทพฯ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ใน พระบวรราชวังเมื่อปี ๒๓๓๘ เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทสวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอัญเชิญกลับมายังพระบวรราชวังด้วยพระราชประสงค์จะประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสซึ่งเป็นวัดในเขตพระราชฐาน ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงแต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนพระพุทธสิหิงค์จึงประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์สืบมาจนปัจจุบัน ในเทศกาลสงกรานต์จะมีการแห่อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาให้ประชาชนสรงน้ำที่ท้องสนามหลวง ซึ่งถือปฏิบัติเป็นประเพณีเรื่อยมาจนทุกวันนี้ |