พระประธานวัดปริวาศ

 

สถานที่ประดิษฐาน        ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระนคร

                                    ถนนพระรามที่ ๓  เขตยานนาวา  กรุงเทพมหานคร

พุทธลักษณะ                 ศิลปะสุโขทัย

                                    ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ   

                                    ขนาด หน้าตักกว้าง ๖๓ นิ้ว สูง ๗๖ นิ้ว

                                    วัสดุ สำริดลงรักปิดทอง

        เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพทรงสร้างวัดไพชยนต์พลเสพขึ้น  ที่ริมคลองลัดหลวงฝั่งตะวันตกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น มีขุนนางสองท่านซึ่งเป็นผู้ที่มีฝีมือในทางควบคุมการก่อสร้างคือ พระยาเพชรพิชัย (เกตุ) และพระยาราชสงคราม(ทองสุก) เป็นแม่กอง  เมื่อสร้างวัดไพชยนต์แล้วพระยาเพชรพิชัยได้ทูลขอพระราชานุญาตสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งคนละฝั่งแม่น้ำ ได้รับพระราชทานชื่อว่าวัดโปรดเกศเชษฐาราม ส่วนพระยาราชสงครามนั้นได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดสุนทริการามซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับวัดโปรดเกศฯ และอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมโดยนำวัสดุที่เหลือใช้จากวัดไพยนต์ฯ และวัดโปรดเกศฯมาซ่อมแซมจนงดงามสมบูรณ์แล้วตั้งชื่อตามราชทินนามของท่านว่า  วัดปริวาศราชสงคราม แต่คนทั่วไปนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า วัดปริวาศ

        วัดปริวาศเป็นวัดราษฎร์ที่สมบูรณ์พร้อมด้วยเสนาเสนาะต่างๆวัดหนึ่งพระประธานในอุโบสถซึ่งเป็น พระพุทธรูปสุโขทัยนั้นไม่มีปรากฏบันทึกความเป็นมาที่ชัดเจน  ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีหลายท่านมาได้ชมและพิจารณาแล้วว่า  องค์พระพุทธรูปมีลักษณะศิลปะแบบสุโขทัยแท้ยุคกลางซึ่งเป็นยุคที่สุโขทัยเจริญรุ่งเรืองที่สุด  อนึ่งยอดพระเกศเปลวเพลิงเดิม ชำรุดสูญหายไปได้สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ๒๕๔๒ ในสมัยของพระครูพิศาลพัฒนาพิธานเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

        พระประธานในพระอุโบสถวัดปริวาศ  นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพระพุทธรูปโบราณ ที่ถูกเคลื่อนย้ายจากแดนไกลมาสู่วัดริมแม่น้ำโดยไม่มีบันทึกใดๆ กล่าวถึงความเป็นมาเรื่องราวของพระพุทธรูปองค์นี้จึงกลายเป็นปริศนาลึกลับ ให้คนรุ่นหลังต้องขบคิดกันต่อไป อีกแสนนาน


1