พระประธานวัดท่าไชยศิริ
|
สถานที่ประดิษฐาน วัดท่าไชยศิริ ตั้งอยู่ใกล้ลำแม่น้ำเพชรบุรี เขตตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี |
พุทธลักษณะ ศิลปะลพบุรี ปางห้ามญาติ ขนาด สูง ๒ เมตร ๗๕ เซนติเมตร วัสดุสำริดปิดทอง |
วัดท่าไชยศิริเป็นวัดเล็กๆริมแม่น้ำเพชรบุรี มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมทีเดียววัดนี้ชื่อว่า วัดใต้ เล่ากันว่าครั้งหนึ่งกองทหารไทยถูกข้าศึกตีถอยร่นมาตั้งหลักอยู่ที่วัดนี้ ได้อาศัยน้ำอันใสสะอาด จากแม่น้ำเพชรที่ท่าน้ำหน้าวัดดื่มกินและประพรมร่างกาย แล้วกลับมีชัยชนะต่อข้าศึกวัดจึงได้ชื่อใหม่ว่าวัดไชย ส่วนคำว่าศิริสันนิษฐานว่าคงเติมในภายหลัง น้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีตรงหน้าวัดไชยศิรินี้เป็นน้ำที่เมืองเพชรบุรีเคยตักส่งเข้าไปยังกรุงเทพ เพื่อถวายเป็นน้ำเสวยในพระบาทสมเด็จจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย กล่าวคือ มีการนำน้ำจากท่าหน้าวัดไปใช้ในพระราชพิธีและพิธีสำคัญๆ เช่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา พระบาทสมเด็จพระจุอมจอมเกล้าฯ ได้ทรงบันทึกเกี่ยวกับวัดนี้ไว้ใน พระราชหัตถเลขาเมื่อเสด็จประพาสมณฑลราชบุรี พ.ศ. ๒๔๕๒ ว่า "...วันที่ ๑๔ กันยายน เวลาสายแล้วได้ลงเรือยนต์เล็ก ๒ ลำมีแต่ของแห้งไป ขึ้นไปเที่ยวเหนือน้ำและที่ท่าเสนแล้วขึ้นไปจอดทำกับข้าวกลางวันกินที่ท่าหมูสี เมื่อก่อน ๕ ปีมาแล้วได้ขึ้นไปถึงวัดป่าแป้น ครั้นเมื่อกินข้าวกลางวันแล้วได้แล่นต่อไปจนถึงท่าศาลา ครั้นจะไปต่ออีกเห็นว่าเวลาบ่าย ๔ โมงแล้วจึงได้ล่อง แต่เขาล่องเร็วเหลือเกินไม่ทันบ่าย ๕ โมงก็ถึง ระยะทางตามลำน้ำมีบ้านเรือนตลอด ชื่อตำบลที่เรียกว่าท่าๆ นั้น คือเป็นท่าสำหรับผักของไร่เช่น ฟักเหลือง ฟักเขียวเป็นต้นลงเรือลำโตๆ เพราะที่สองข้างแม่น้ำนั้นเป็นไร่ตลอดไป ทางที่ขึ้นไปนี้เกินท่าชัยซึ่งเป็นที่ตักน้ำเสวยขึ้นไปเป็นอันมาก มีข้อหนึ่งซึ่งลี้ลับอยู่ คือน้ำราชาภิเษกนั้นไม่ใช่ใช้แต่น้ำ ๔ สระ ใช้แม่น้ำทั้ง ๕ ในกรุงสยาม คือ แม่น้ำบางประกง แม่น้ำศักดิ์(ป่าสัก) แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำกลอง และแม่น้ำเพชรบุรี มีชื่อตำบลที่ตักทุกเมือง แต่ที่เพชรบุรีนี้ที่ท่าชัย..." ในหมู่ชาวเมืองเพชรเองเมื่อมีงานมงคลใดๆ ก็ตามก็จะไปตักน้ำจากท่าวัดไชยฯมาใช้ในพิธีเสมอ แม้แต่วัดสำคัญในเมืองเพชร อาทิ วัดมหาธาตุก็มานำน้ำจากที่นี่ไปทำน้ำมนต์ สำหรับพระประธานในพระอุโบสถนั้น ได้ให้ความเห็นจากการสำรวจศิลปวัตถุของวัดได้ว่า "...เมื่อเข้าไปในโบสถ์เห็นพระประธานเป็นพระยืนสวมชฎาเทริด และพระกรรณแบบพระพุทธรูปยอดป้านแบบพระลพบุรีทั่วไป เป็นพระยืนปางห้ามญาติ ห่มคลุมแบบพระร่วงไม่มีสังฆาฎิเข้าใจว่าจะเป็นสมัยลพบุรีรุ่นหลัง ด้วยหลังพระประธานพระยืนนี้มีพระพุทธรูปสมัยลพบุรีทำด้วยหินประทับบนฐานเตี้ยๆ อยู่ติดผนังพระพักตร์ของพระประธานยืนองค์นี้แป้นพระโอษฐ์สวยมาก พระขนงไม่โก่งมากนัก เป็นพระโลหะ มีซุ้มเรือนแก้วอยู่เบื้องหลัง..." |