พระทศพลญาณ
|
สถานที่ประดิษฐาน พระอุโบสถ วัดบรมนิเวส ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร |
พุทธลักษณะ ศิลปะสุโขทัย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาด หน้าตักกว้าง ๓ ศอก วัสดุ สำริดลงรักปิดทอง |
เมื่อเอ่ยถึงวัดบรมนิวาส ชาวกรุงเทพมหานครเองหลายคนอาจไม่รู้จักหรือมิฉะนั้นก็อาจจะเคยได้ยินชื่อวัดสำคัญแห่งนี้ แต่นึกไม่ออกว่าอยู่ที่ใดในกรุงเทพฯ วัดบรมนิวาสตั้งอยู่ที่สี่แยกคลองมหานาค หน้าวัดนั้นหันลงคลองเป็นปรกติของสมัยที่ใช้การสัญจรทางแม่น้ำลำคลองเป็นหลัก เมื่อลักษณะการคมนาคมเปลี่ยนไปเป็นใช้รถใช้ถนน วัดบรมนิวาสจึงกลายเป็นวัดที่อยู่ลึกเข้าไปจาก ถนนพระรามที่ ๑ ตรงบริเวณเชิงสะพานกษัตริย์ศึก วัดนี้เป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ยังทรงพระผนวช เมื่อทรงครองราชย์แล้วจึงทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัด สิ่งที่มีคุณค่าน่าชมยิ่งของวัดบรมนิวาสอยู่ภายในพระอุโบสถ ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่งจิตรกรเอกของไทย และยังมีพระประธานที่งดงามคือ พระทศพลญาณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่ไม่ปรากฏประวัติความเป็นมาชัดเจนนัก ในพระนิพนธ์ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานไว้พอเป็นแนวทางว่า ....พระพุทธรูปที่เชิญมาจากเมืองเหนือในชั้นหลังมีพระพุทธรูปสำคัญ ๒ องค์ พระทศพลญาณเป็นประธานวัดบรมนิวาสองค์หนึ่ง พระสิทธารถเป็นประธานวัดพิชัยญาติองค์หนึ่งปรากฏเรื่องในตำนานว่าเชิญมาแต่เมืองพิษณุโลก แต่จะมาจากวัดไหนสืบไม่ได้ความ พระพุทธรูปสององค์นี้พิเคราะห์ดูลักษณะเป็นฝีมือช่างครั้งสุโขทัย... ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า เป็นพระพุทธรูปเชิญมาจากเมืองเหนือในชั้นหลัง แสดงว่ามิได้มาคราวเดียวกับพระพุทธรูป ๑๒๔๘ องค์ที่เชิญลงมาสมัยรัชกาลที่ ๑ คำว่าในชั้นหลังน่าจะหมายถึงในรัชกาลที่ ๓ หรือรัชกาลที่ ๔ ซึ่งยังมีการเชิญพระพุทธรูปลงมาจากเมืองเหนืออีกหลายองค์ เช่นครั้งที่เชิญพระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดาและพระไสยา เป็นต้น ประกอบกับหลักฐานที่ว่าวัดบรมนิวาสนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดฯให้สถาปนาเป็นวัดธรรมยุติกนิกายที่อยู่นอกกำแพงเมือง คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหารซึ่งเป็นวัดธรรมยุติกนิกายซึ่งกำแพงเมือง จึงน่าจะเชื่อได้ว่าพระทศพลญาณนี้คงถูกเชิญมาจากวัดใดวัดหนึ่งในเมืองพิษณุโลก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นแน่ |