พระเจ้าหลวง
|
สถานที่ประดิษฐาน
วิหารหลวง
วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร
ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน |
พุทธลักษณะ
ศิลปะล้านนา
ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ
ขนาด หน้าตักกว้าง ๔.๕๐ เมตร สูง ๖ เมตร วัสดุ ปูนปั้นลงรักปิดทอง |
วัดนี้ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พญาภูเข่งหรือภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่านสร้างขึ้นในบริเวณใจกลางเมืองน่านพุทธศักราช ๑๙๔๙ มีนามเรียกกันว่าวัดหลวงหรือวัดหลวง กลางเวียง ถือเป็นวัดประจำเมืองน่านด้วยวงศ์เจ้าผู้ครองนครสถาปนาขึ้นและอุปถัมภ์บำรุงมาตลอดเวลาหลายร้อยปี ที่วัดนี้มีพระธาตุหลวงซึ่งก่อฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่ละด้านมีรูปปั้นช้างครึ่งตัวโผล่ออกมา ๖ เชือกทำอาการคล้ายค้ำยันพระเจดีย์ไว้ จึงเป็นที่มาของนามวัดพระธาตุช้างค้ำซึ่งเพิ่งมานิยมเรียกกันในชั้นหลัง คือในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง นอกจากพระธาตุหลวงแล้ว วัดนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่านคือ พระเจ้าหลวง อีกด้วย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระแบบศิลปะล้านนา ลงรักปิดทอง สังฆาฏิปั้นลวดลายก้านต่อดอกประดับกระจกงดงาม ฐานชุกชีเป็นรูปตรีมุข พระเจ้าหลวงเป็นที่นับถือกันอย่างยิ่งในหมู่บ้านชาวเมืองว่าเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ เคยแสดงอภินิหารบอกเหตุชะตาเมืองเมื่อต้นกรุงรัตนโกสิทธิ์ ครั้งเจ้าสุมนเทวราช (ครองเมืองน่าน พ.ศ. ๒๓๕๓ - ๒๓๖๘) เสด็จลงมาร่วมพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ยังกรุงเทพมหานคร อนึ่งเมื่อเจ้าสุมนเทวราชเสด็จลงไปยังกรุงเทพมหานครแล้ว ขณะเดินทางใกล้จะถึงสงกรานต์ปีใหม่ ได้เกิดเหตุการณ์ในเมืองน่านขึ้นอย่างหนึ่ง คือ เกิดลมพายุใหญ่อันน่าสะพึงกลัวมากพัดมาทางทิศตะวันตก พัดเอาต้นไม้บ้านเรือนของคนทั้งหลายหักก่นล้มลงเป็นอันมากและเหงื่อพระเจ้าหลวงองค์ในวิหารวัดพระธาตุช้างค้ำ และในพระอุโบสถก็ไหลออกมาโทรมทั่วพระวรกายเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก... เหตุวิปริตเหล่านี้ราวจะเป็นกลางเตือนว่าเจ้าสุมนเทวราชจะไม่มีโอกาส ได้กลับคืนนครน่านของพระองค์อีกเพราะปรากฏว่าเจ้าผู้ครองนครองค์นี้มาประชวรถึงแก่พิราลัยเสีย ที่กรุงเทพมหานครในคราวนั้นเองได้มีการปลงพระศพของท่าน ณ วัดอรุณวราราม วิหารหลวงที่ประดิษฐานพระเจ้าหลวงเป็นวิหารขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นคราวเดียวกับที่สร้างวัด ภายในโอ่โถงมีเสาปูนกลมใหญ่ขนาดสองคนโอบจำหลักลายปูนปั้นงดงามเรียงรายเป็นลำดับเข้าสู่ด้านในสุด ที่ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ การออกแบบก่อสร้างพระวิหาร แต่เดิมจงใจเจาะช่องบังคับแสงสว่างให้ตกรวมที่กึ่งกลางองค์พระ เมื่อได้นั่งลงตรงหน้า พระเจ้าหลวงจึงดูประหนึ่งมีรัศมีส่องออกมาจากองค์พระ เร้าศรัทธาให้เกิดแก่จิตใจคนยิ่งนัก |