หลวงพ่อดุสิต
|
สถานที่ประดิษฐาน พระวิหาร วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร บ้านบาตร กรุงเทพมหานคร |
พุทธลักษณะ
ศิลปอยุธยา
ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ
ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๗๔ เมตร สูง ๔.๘๘ เมตร วัสดุ โลหะลงรักปิดทอง |
พระวิหารวัดสระเกศฯนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ห้อง คือ ห้องด้านทิศตะวันออกที่ประดิษฐานพระอัฎฐารสซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ ส่วนห้องด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งมีนามจารึกอยู่ที่ฐานหินอ่อนว่า หลวงพ่อดุสิต หลวงพ่อดุสิตจะสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไรหรือโดยผู้ใดไม่เป็นที่ปรากฏ แต่การที่จะมาอยู่ยังวัดสระเกศฯมีเรื่องราวบันทึกไว้ชัดเจนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรุงเทพมหานครนั้นตั้งมาได้ครบหนึ่งศตวรรษแล้ว พื้นที่ชั้นในที่เป็นใจกลางเมืองจึงเริ่มแออัดคับคั่งไปด้วยผู้คนและตึกรามบ้านช่อง นอกจากนี้ยังมีความเจริญแบบตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเครื่องจักรเครื่องยนต์ต่างๆ ทำให้บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์เริ่มเกิดมลภาวะขึ้น ราวปี ๒๔๔๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชดำริสร้างพระราชวังใหม่ คือ สวนดุสิตขึ้นเป็นที่สำหรับประทับสำราญพระอิริยาบถในเขตที่จัดว่าเป็น "ชานเมือง" ขณะนั้น ซึ่งจะมีผลดีต่อพระพลานามัยกว่าที่จะประทับในพระบรมมหาราชวังซึ่งอยู่ "กลางเมือง" บริเวณที่ทรงเลือกสำหรับสร้างพระราชวังใหม่คือพระราชวังดุสิต ได้แก่ อาณาบริเวณที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งพระที่นั่งสำคัญๆ อาทิ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งอัมพรสถาน และพระที่นั่งวิมานเมฆนั้นแต่เดิมเป็นบริเวณที่มีชุมชนอยู่แล้ว ในการสร้างพระราชวังจำเป็นต้องใช้พื้นที่วัดดุสิตซึ่งอยู่ในบริเวณนั้นเป็นที่สร้างพลับพลา เมื่อยุบวัดแล้วโปรดฯให้อัญเชิญพระพุทธรูปพระประธานมาฝากประดิษฐานไว้ในพระวิหาร วัดสระเกศฯ เมื่อปี ๒๔๔๑ นับว่าหลวงพ่อดุสิตต้องย้ายวัดด้วยเหตุที่ออกจะร่วมสมัยคือ เพราะมลภาวะเป็นเหตุแม้เรื่องจะเกิดขึ้นกว่าหนึ่งร้อยปีแล้วก็ตาม |