หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์
|
สถานที่ประดิษฐาน พระวิหารวัดป่าเลไลยก์ วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี |
พุทธลักษณะ ศิลป์อู่ทอง ปางเลไลยก์ ขนาดสูง ๒๓.๔๘ เมตร รอบพระวรกาย ๑๑.๒๐ เมตร วัสดุ ก่ออิฐถือปูนปิดทอง |
วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองสุพรรบุรีมาเป็นเวลาช้านาน ในวรรณคดีเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ซึ่งมีท้องเรื่องเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรีก็มีปรากฏว่าขุนแผนได้เคยมาบวชเรียน ยังวัดป่าแห่งนี้กับสมภารที่เก่งกล้าทางอาคมชื่อสมภารมี หลงพ่อวัดป่าเลไลยก์เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้าน เมืองสุพรรณบุรีและหัวเมืองใกล้เคียง ในเทศกาลงานบุญต่างๆ ชาวบ้านจะพากันมาทำบุญเลี้ยงพระ ขนทรายเข้าวัดและนมัสการหลวงพ่อ ดังมีพรรณาใน ขุนช้างขุนแผน ว่า ทีนี้จะกล่าวเรื่องเมืองสุพรรณ ยามสงกรานต์คนนั้นก็พร้อมหน้า จะทำบุญให้ทานการศรัทธา ต่างมาที่วัดป่าเลไลยก์ หญิงชายน้อยใหญ่ไปแออัด ขนทรายเข้าวัดอยู่ขวักไขว่ ก่อพระเจดีย์ทรายเรี่ยรายไป จะเลี้ยงพระกะไว้พรุ่งนี้ หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรีมาเนิ่นนาน โดยพุทธลักษณะแล้วหลวงพ่อโตเป็นศิลปะสมัยอู่ทอง แม้ไม่มีหลักฐานการสร้างที่ชัดเจน แต่ก็สันนิษฐานได้ว่าจะต้องสร้างขึ้นก่อนปี ๑๗๐๖ เพราะมีระบุอยู่ในพงศาวดารเหนือว่าในปีนั้น พระเจ้ากาแต่กษัตริย์อู่ทองเชื่อสายพม่ามอบหมายให้"้ มอญน้อย" มาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพระพุทธรูปใหญ่ในวัดป่าเลไลยก์นี้ การบูรณะปฏิสังขรณ์ที่ทำมาแต่ละยุคสมัย นอกจากจะทำให้หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะศิลปะหลายยุคอาทิ อู่ทอง สุโขทัย และอยุธยาผสมปนเปกันแล้ว ยังมีผลสำคัญ ประการหนึ่งคือการเปลี่ยนปางของพระพุทธรูป ดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิฐานว่าเดิมหลวงพ่อโตน่าจะพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนา เมื่อแต่ชำรุดผู้บูรณะอาจทำผิดไปเป็นปางป่าเลไลยก์หรือปางลิไลยก์ ซึ่งสองปางนี้ผิดกันตรงลักษณะพระหัตถ์ขวาเท่านั้น โดยพิจารณาจากพระหัตถ์ที่ซ่อมแวมภายหลังว่าไม่ได้ส่วนกับพระกรเดิม อย่างไรก็ตามหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ก็ยังคงเป็นที่กราบไห้วบูชาของชาวสุพรรณ และเป็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งซึ่งใครผ่านไปมายังจังหวัดสุพรรณบุรีก็มักจะต้องเข้าไปสักการะเสมอ ส่วนงานเทศกาลปิดทองหลวงพ่อโตนั้น ทางวัดได้จัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง ได้แก่ วันขึ้น ๖ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ และวันขึ้น ๖ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ |