พระสุรภิีพุทธพิมพ์
|
สถานที่ประดิษฐาน พระอุโบสถ วัดปรินายก วรวิหาร กรุงเทพมหานคร |
พุทธลักษณะ
ศิลปะสุโขทัย
ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ
ขนาด หน้าตัก ๓ ศอก คืบ ๔ นิ้ว วัสดุ สำริดลงรักปิดทอง |
เจ้าพระยาบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนรี) เป็นแม่ทัพคนสำคัญและอาจกล่าวได้ว่า เป็นขุนพลแก้วคู่พระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หากศึกษาประวัติ ศาสตร์ไทย สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์โดยละเอียด จะพบว่าเจ้าพระยาบดินทรเดชาผู้นี้เป็นนักรับที่เก่งกล้าสามารถยิ่งและได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ ในชีวิตรอนแรมอยู่กับกองทัพ เพื่อต่อสู้กับอริราชศัตรูฝ่ายตะวันออกคือ เขมร ลาวและญวนตลอดระยะเวลาหลายสิบปี น้อยนักที่ท่านจะได้พำนักอยู่อย่างสุขสบายในกรุงเทพฯเฉกเช่นขุนนางผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ คุณประวัติอีกประการหนึ่งของเจ้าพระยาบดินทรเดชาคือ ท่านเป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯอย่างยิ่ง ท่านจึงได้สร้างและบูรณะพระอารามหลายแห่งโดยเสด็จพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ที่โปรดการสร้างวัดและท่านยังเป็นผู้ที่ได้นำพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ที่ได้จากแว่นแคว้นที่ไปทำศึกสงคราม กลับมาถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปล้านช้าง จึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่ในวัดปรินายก กรุงเทพฯอันเป็นวัดที่เจ้าพระยะบดินทรเดชาสร้างขึ้น จะมีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเป็นพระสมัยสุโขทัยที่งดงามและกล่าวกันว่าท่านเป็นผู้นำมาไว้ยังวัดองค์หนึ่ง พระพุทธรูปองค์นี้คือ พระสุรภีพุทธพิมพ์ หลักฐานความเป็นมาเท่าที่มีปรากฏมีเพียงว่าเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นผู้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ยังวัดปรินายกว่าแต่จะเมื่อใดและมาจากที่ใดไม่มีหลักฐานใดกล่าวถึง และเมื่อประดิษฐานในวัดอยู่ในที่ที่ใกล้กับต้นสารภี ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกพระพุทธรูปองค์ นี้ว่า พระสุรภี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์วัดปรินายกใหม่ เนื่องจากการตัดถนนราชดำเนินได้พาดผ่านวัดบางส่วน เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรพระสุรภีว่ามีลักษณะงาม จึงโปรดฯให้อัญเชิญไปเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ถวายนามให้คล้ายกับนามเดิมที่เรียกขานกันอยู่ว่า พระสุรภีพุทธพิมพ์ |