พระสิทธารถ
|
สถานที่ประดิษฐาน
พระอุโบสถ
วัดพิชยญาติการาม วรวิหาร
ถนนสมเด็จเจ้าพระยา
คลองสาน
กรุงเทพมหานคร |
พุทธลักษณะ ศิลปสุโขทัย
ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ
ขนาดหน้าตัก ๓ ศอกเศษ วัสดุ สำริด ปิดทอง |
กล่าวกันว่าพระพุทธรูปที่นับเป็นว่าสำคัญของเมืองพิษณุโลกนั้นมีอยู่ด้วยกัน ๗ องค์ได้แก่ พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา พระเหลือ พระอัฏฐารส พระทศพลญาณและพระสิทธารถ ในกระบวนพระทั้ง ๗ องค์มีที่ยังคงสถิตย์เป็นมิ่งขวัญชาวพิษณุโลก อยู่แต่เพียงสององค์คือพระพุทธชินราชและพระเหลือ ส่วนพระพุทธรูปองค์อื่นๆนั้นได้รับการอัญเชิญลงมาประดิษฐานไว้ ณ วัดสำคัญๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์เสียทั้งสิ้น พระพุทธรูปสำคัญของพิษณุโลกที่ออกนามเป็นลำดับท้ายสุด คือ พระสิทธารถนั้นเป็นพระพุทธรูปที่เชิญลงมาพร้อมพระทศพลญาณ ซึ่งมาประดิษฐานเป็นประธานอยู่ในพระอุโบสถวัดบรมนิวาศ พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เมื่อสมเด็จเจ้าพระบรมมหาพิชัยญาติ(ทัีด) ก็ดำเนินรอยตามพี่ชาย ด้วยการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างใกล้บ้านขึ้นทั้งอารามและน้อมถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า วัดพระยาญาติการามหรือวัดพระญาติการาม ต่อในรัชกาลที่ ๔ จึงพระราชทานนามใหม่เป็นวัดพิชยญาติการาม เมื่อสร้างวัดแล้วเสร็จ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ(ทัด)ได้อัญเชิญ พระพุทธรูปจากเมืองพิษณุโลกมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถซึ่งก็คือพระสิทธารถนี้ มีประวัติบันทึกไว้บางแห่งว่าเชิญมาจากวิหารหลวง พิษณุโลก แต่บางแห่ง ก็กล่าวไม่ทราบแน่ชัดว่าเชิญมาจากที่ใดในระหว่างวัดสำคัญสามสี่แห่งของเมืองคือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดวิหารทอง วัดราชประดิษฐ์ หรือ วัดจุฬามณี พระสิทธารถเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งองค์หนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ทอดพระเนตรเห็นมีพระราชศรัทธาโปรดฯให้ช่างหลวงสร้างฉัตรขาวห้าชั้นมาถวาย ในรัชกาลต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ทอดพระเนตรเห็นก็มีพระราชศรัทธาปิดทองและเปลี่ยนเครื่องทรงถวายด้วยเช่นกัน |