พระพุทธชัมภูนุชมหาบุรุษลักขณา อสีติยานุบพิตร

สถานที่ประดิษฐาน     พระวิหาร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
พุทธลักษณะ      ศิลปะรัตนโกสินทร์   ปางมาวิชัย  
ขนาด        หน้าตักกว้าง  ๖ ศอก  วัสดุ ทองแดงปิดทอง 

        พระพุทธรูปองค์นี้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้หล่อขึ้นด้วยทองแดง คราวเดียวกับหล่อพระพุทธตรีโลกเชฏญ์ พระประธานพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม  แล้วให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารวัดอรุณราชวราราม

       พุทธศักราช ๒๔๙๕  สมเด็จพระพุฒาจารย์(วน ฐิติญาโณ)  เมื่อครั้งเป็นพระธรรมโลกาจารย์เจ้าอาวาสวัดอรุณฯ  ได้ประสบพุทธปาฏิการิย์แห่งพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ในพระพุทะชัมภูนุชทมหาบุรุณลักขณา อสีติยานุบพิตร ดังลิขิตของท่านดังนี้

       "...ทางวัดได้เตรียมการจะมีเทศน์มหาชาติในเดือนกันยายน  คืนหนึ่งเวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น ถึง ๒๐.๐๐ น.  อาตมานอนคลุมโปงอยู่ที่ห้องนอกแต่ผู้เดียว  ไม่ได้เปิดไฟ ชั่วเวลา ๑๕ นาที  แล้วเลิกผ้าคลุมศรีษะออกหันหน้าไปทางห้องนอนก็ได้เห็นแสงสว่างปรากฏทั่วห้องแสงสว่างนั้น ปรากฏเป็นรูปพระปรางค์ ๕ ยอดคล้ายพระปรางค์ที่วัดอรุณฯลอยอยู่กลางห้องยอดกลางสูง  ประมาณไม่ถึงเมตรอีก ๔ ยอดสูงประมาณ ๕๐ เซนต์  มีแสงรัศมีพุ่งขึ้นสู่ยอดทุกยอดเหมือนไฟพะเนียง ภายในห้องสว่างไสวด้วยแสงรัศมีนั้นปรากฏอยู่ชั่วขณะที่เห็นได้ชัดเจนแล้วก็หายไป...

       ต่อมาถึงเดือนกันยายน  ก่อนหน้าวันมีเทศน์มหาชาติหนึ่งวัน  ได้เตรียมตกแต่งสถานที่ในวิหารจวนเรียบร้อย  อาตมาก็นึกถึงพระบรมธาตุว่าอาจมีอยู่ที่องค์พระประธานก็ได้  จึงสั่งให้พระครูลัดสุวัฒน์พระครูใบฎีกาเจริญขึ้นไปค้นหาที่เบื้องพระเศียร เห็นพระเกตุโยกเคลื่อนได้จึงยกขึ้นล้วงลงไป ก็ได้พบโกศบรรจุพระบรมธาตุเชิญลงมาให้อาตมา อาตมาได้ถวายความเคารพแล้วเปิดออกดูปรากฏเป็น ๓ ชั้น ชั้นนอกเป็นโกศเงินลงยาสูงประมาณ ๖ นิ้วฟุต ชั้นกลางเป็นโกศนาก สูงประมาณ ๓ นิ้วฟุต  ชั้นในเป็นโกศทองคำลงยาราชาวดีฝังพลอยสีแดงเขียวที่ยอดฝาฝังเพชรซีกเล็กหนึ่งเม็ด ภายในโกศทองคำนี้มีผ้าและสำลีเก่าๆ อยู่จึงหยิบออกมาคลี่ออกก็ได้พบพระบรมธาตุมีขนาดต่างๆ กันรวม ๔ พระองค์ องค์หนึ่งขนาดเมล็ดถั่วแตก อีก ๒ องค์ขนาดเม็ดข้าวสารหักอีกองค์หนึ่งขนาดเมล็ดพันธ์ผักกาด มีวรรณะสีพิกุลแห้งและทองอุไรอ่อน  ไม่มีสีแก้วผลึกเลยในขณะที่ได้เห็นเกิดปิติซาบซ่านขนพองสยองเกล้่าทั่วร่างกายประมาณ ๒ นาที...

       ครั้นถึง พ.ศ.  ๒๔๙๖  ทางวัดจัดงานประจำปีในเดือนพฤศจิกายน  จึงได้เชิญลงมาประดิษฐาน  ณ  มณฑปแวดล้อมด้วยราชวัตรฉัตรธงและเครื่องสักการะให้ประชาชนได้ชมและสักการะบูชาแต่ การที่เชิญลงมาครั้งนี้เมื่อเปิดออกแล้วปรากฏว่า มีเพิ่มมาอีก ๑ องค์ขนาดเม็ดข้าวสารหัก  มีวรรณะ เป็นสีแก้วผลึกงดงามมาก จึงรวมเป็น ๕ พระองค์ด้วยกัน..."

       นับว่าพระพุทธชัมภูนุทมหาบุรุษลักขณา  อสีติยานุบพิตรเป็นพระพุทธรูปซึ่งมีเรื่องราวสำคัญอันเป็นที่จดจำเล่าขานกันสืบต่อมาจนกระทั้งปัจจุบัน


1