วารินทร์เดินไปตามช่องทางเดินที่เขาถูกพาไปเมื่อกลางวัน จนกระทั่ง
มาหยุดอยู่ที่หน้าแผนกสอบสวนและคุมขัง
ด้านขวาของประตู เป็นแป้นพิมพ์ที่มีเลขศูนย์ถึงเก้า ด้านบนของแป้น
เป็นแผ่นสัมผัส มีตัวอักษรเขียนเอาไว้ข้างบนว่า "สำหรับลายนิ้วมือ"...
...เมื่อกลางวัน เขาถูกพามาที่นี่ จึงไม่มีโอกาสได้สังเกตเห็นถึงสิ่งเล็กๆ
น้อยๆ เหล่านี้ และเมื่อได้มาเห็นแป้นควบคุมประตู
ก็ยิ่งทำให้เขา
สงสัยมากขึ้นไปอีก...
...ทำไมแป้นพิมพ์จึงต้องใช้ตัวอักษรของมนุษย์โลกด้วย... ...รึแป้นพิมพ์
นี้ถูกสร้างมาให้วารินทร์และมนุษย์โลกโดยเฉพาะ...
...แต่ข้อสันนิษฐานอันหลังก็ไม่น่าที่จะเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย...
วารินทร์ลองกดนิ้วโป้งด้านขวาของเขาไปที่แผ่นสัมผัสเหนือแป้นพิมพ์
มีเสียงติ๊ดเบาๆ
ประตูตรงหน้าของเขาเปิดออก...
วารินทร์เดินเข้าไปด้านใน สองข้างทางเดินเป็นประตูย่อยๆ
อีกมาก
มาย วารินทร์เดินตรงไปจนสุดทาง เจ้าหน้าที่สองคนยืนคุยกันอยู่
หน้าห้อง และเมื่อเห็นวารินทร์เดินเข้ามา ทั้งสองรีบทำตัวตรง
แสดง
ความเคารพ
วารินทร์แสดงความเคารพตอบ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถามขึ้น
"...เอ่อ.. พวกเราไม่ทราบว่าท่านจะมาในเวลานี้..."
วารินทร์คิดในใจ...เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน...
"...บังเอิญผมต้องการจะพูดคุยกับนักโทษที่เพิ่งจับได้เมื่อคืนวานนี้
เมื่อตอนกลางวันผมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้รายละเอียดเพียง
พอ ผมจึงอยากจะมาสอบสวนเพิ่มเติมด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง..."
"...ครับผม รับทราบครับ..."
เจ้าหน้าที่ทั้งสองเปิดประตูออก วารินทร์ก้าวเข้าไปด้านใน
ท่ามกลางบรรยากาศภายใน มีเพียงแสงสีฟ้าจากกรงขังส่องสว่าง
ไปทั่ว นักโทษในห้องขังแต่ละห้องที่เขามองเห็น
กำลังนอนหลับ
วารินทร์เดินไปจนถึงกรงของผู้ที่เข้ามาหาเขาเมื่อวันก่อน ร่างนั้น
นอนคุดอยู่บนเตียงขนาดพอดีตัว
วารินทร์ไม่รู้ว่าจะเรียกคนนั้นว่าอย่างไรดี เพื่อจะปลุกร่างนั้นให้
ตื่นขึ้นและมาพูดคุยด้วย แต่วารินทร์ไม่ต้องทำเช่นนั้น
เพราะร่าง
นั้นพลิกตัวกลับมา สายตาคู่นั้นที่มองมายังวารินทร์
บอกให้เขา
รู้ได้ว่า ร่างนั้นไม่ได้หลับ
ร่างนั้นรีบลุกขึ้นมาหาวารินทร์ สายตาเกรี้ยวกราดที่วารินทร์พลาง
นึกไปว่า เขาโชคดีที่ยังไม่เคยเห็นมารีนทำหน้าอย่างนั้นกับเขาสักครั้ง
"...แก...แกมาทำไม..."
สายตาคู่นั้นเปลี่ยนไป ราวกับจะนึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง
"...เป็นไปไม่ได้ ผู้ดูแลสถานที่ไม่น่าจะมาในเวลานี้..."
วารินทร์พูดกลับไป
"...ผมชื่อวารินทร์ ไม่ใช่ผู้ดูแลสถานที่..."
"...รึว่า..." ร่างนั้นหยุดคิดครู่หนึ่ง แต่แล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียง
ที่อ่อนลงกว่าเดิม
"...ยังไงก็ตาม ฉันยังไว้ใจแกไม่ได้อยู่ดี..."
"...แกมาทำไม..."
วารินทร์ตอบโดยไม่ต้องรั้งรอ
"...ผมอยากจะรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ ทุกอย่างที่ผมรู้สึก
อยู่ตลอดเวลาว่ามันผิดปกติ..."
ร่างนั้นชะงักไปพักหนึ่ง ท่าทางกำลังครุ่นคิด
แล้วร่างนั้นก็ขยับ
เข้ามาใกล้
"...ถ้าแกอยากจะรู้เรื่องราว แกต้องปล่อยฉันออกไปก่อน
แล้ว
ฉันจะบอกแกทุกอย่าง..."
...ไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วสิ...
"...ถ้างั้นผมจะบอกให้ผู้ดูแลสถานที่ปล่อยคุณออกมา..."
ร่างนั้นสวนกลับมา
"...ไม่มีทาง และแกเองอาจจะต้องจบชีวิตของแกที่นี่
ถ้า
แกไม่หนีไปจากที่นี่ เวลานี้..."
...อะไรกันนี่ คนนี้รู้อะไรมากกว่าที่เขารู้อย่างนั้นรึ...
"...ถ้างั้น..." วารินทร์ต่อรอง
"...ผมจะลองหาทางพาคุณออกไป แล้วคุณอย่าลืมสิ่งที่คุณ
ตกลงว่าจะบอกอะไรผม..."
=========================================
วารินทร์เดินกลับออกไปด้านนอก ...เขาน่าจะลองทำอะไร
บางอย่างดู...
"...อ้า..." วารินทร์เอ่ยขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองคน
"...ผมต้องการพาเขาไปยังสหพันธ์ผู้ดูแลสถานที่โดยด่วน
เพราะผมได้ข้อมูลบางอย่างที่จำเป็น และสำคัญอย่างยิ่งยวด..."
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งทำท่างงๆ
"...ครับท่าน ท่านก็สามารถพาไปได้ทุกเมื่ออยู่แล้วนี่ครับ..."
เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งมองยังวารินทร์ สายตานั้นส่อแววไม่ไว้
วางใจออกมา...
...เอ... รึเขาจะพูดอะไรผิดไป...
"...ผมหมายถึง..." วารินทร์พยายามหาทางออก
"...คุณช่วยเปิดห้องขังผู้ต้องโทษที่ผมต้องการ และคุณคนหนึ่ง
พาผมและผู้ต้องขังไปส่งที่รถส่งนักโทษด้านนอก ได้ไหม..."
เจ้าหน้าที่ทั้งสองมองหน้ากัน คนหนึ่งตอบขึ้น
"...รับคราบครับ ท่านผู้ดูแลสถานที่..."
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องหนึ่งที่เขาเดินผ่านมาจากด้านนอก
สักครู่หนึ่งก็กลับออกมาพร้อมด้วยรีโมตเล็กๆ ในมือ
วารินทร์
เดินนำเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไปยังห้องขัง ที่นั่น
เจ้าหน้าที่กดปุ่มหนึ่งบน
รีโมต มีแสงสีเขียวหลายเส้น พุ่งผ่านจากเพดานลงสู่พื้น
แสง
เหล่านั้นทยอยดับไปทีละเส้น จนเหลือเพียงเส้นเดียวที่พุ่งผ่านร่าง
ภายใน วารินทร์เห็นได้ชัดว่า ร่างนั้นพยายามจะเคลื่อนไหว
แต่ก็
ไม่สามารถกระทำได้ ...บางทีแสงนั้นอาจออกฤทธิ์ เช่นเดียวกับ
แสงจากอาวุธที่จ่อหน้าอกวารินทร์ในคืนวันก่อน...
แสงสีฟ้าบ่งบอกอาณาเขตของกรงหายไป เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปในกรง
สวมแถบเล็กๆ เข้ากับมือทั้งสองของร่างที่ถูกยึดไว้ด้วยแสงสีเขียว
จาก
นั้นก็กดปุ่มบนรีโมตอีกครั้ง ลำแสงสีเขียวหายไป
เจ้าหน้าที่พาร่างนั้น
ออกจากอาณาเขตของกรง
"...นำไปที่รถได้เลย..."
วารินทร์บอกเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเดินนำวารินทร์ไปพร้อมกับ
ผู้ต้องขัง เมื่อผ่านประตูด้านหน้าเขตห้องขัง
เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง
ที่เหลือทำความเคารพ วารินทร์ทำความเคารพตอบ ประตูเขตห้องขัง
ปิดลงด้านหลังวารินทร์
เจ้าหน้าที่และร่างที่มีเท้าเป็นวัวเดินนำวารินทร์ไปยังประตูชั้นนอก
...วารินทร์พอจะสังเกตได้ว่า ร่างที่มีเท้าเป็นวัวนั้น
ไม่สามารถเดินเหิน
ได้สะดวกนัก คงเป็นเพราะลักษณะกีบของเท้าวัวที่ไม่เอื้ออำนวยให้
เดินได้สองขานั่นเอง...
...ถ้าการเดินโดยใช้เท้าของวัวไม่เอื้ออำนวยให้เดินได้สองขาแล้ว
ทำไมร่างนั้นจึงต้องมีเท้าเป็นอย่างนั้น... สิ่งนี้วนเวียนอยู่ในความคิด
ของวารินทร์...
เจ้าหน้าที่หยุดอยู่ที่ประตูชั้นนอก วารินทร์หยุดชะงักอยู่ด้านหลัง
"...อ้าว เปิดประตูสิ..."
เจ้าหน้าที่นั้นหันกลับมา มองวารินทร์อีกครั้ง
"...ขอท่านแสดงลักษณะเฉพาะของท่านที่ประตูด้วยครับ..."
...ความจะแตกแล้วรึนี่....
วารินทร์มองไปที่ประตู ด้านข้างมีแผงควบคุมเหมือนกับอีกด้าน
หนึ่งของประตู
วารินทร์ประทับนิ้วโป้งด้านขวาของเขาลงบนหน้าสัมผัส เสียงตี๊ด
เบาๆ เหมือนเมื่อตอนเขาเข้ามา ทำให้เขารู้สึกโล่งใจ
...ประตูเปิดออกต่อหน้าเขา...
เจ้าหน้าที่นำวารินทร์และผู้ต้องหา เดินไปยังอีกด้านหนึ่งของทางเดิน
ในตึก ในไม่ช้า ทั้งหมดก็มายืนอยู่ที่ลานจอดรถ
วารินทร์มองไปรอบๆ ลักษณะของรถหรือยานขับเคลื่อนมีรูปทรงไม่
แตกต่างไปจากบนโลก เจ้าหน้าที่เปิดประตูด้านหลังของรถตู้คันหนึ่ง
ในลานจอดรถ แล้วดันร่างที่พามาเข้าไปในรถ ปิดประตู
และเดิน
กลับมาหาวารินทร์
"...ผมเองยังต้องอยู่ประจำการที่นี่ เดี๋ยวผมจะเรียกเจ้าหน้าที่มาเพื่อ
ขับรถให้ท่านครับ..." เจ้าหน้าที่รายงาน
"...ไม่ต้อง ไม่ต้อง..." วารินทร์เอ่ยกลับไป
"...เดี๋ยวผมจะขับรถเอง คุณเองก็กลับไปประจำที่ตามที่
คุณได้รับมอบหมายต่อไปก็แล้วกัน..."
"...รับทราบครับท่าน..."
เจ้าหน้าที่ทำความเคารพให้กับวารินทร์ ก่อนที่จะกลับเข้าไป
วารินทร์เดินไปยังประตูด้านหน้า แล้วเขาก็นึกขึ้นได้อย่างหนึ่ง
...แล้วรถคันนี้จะขับเคลื่อนอย่างไร...
=============================================
วารินทร์มองเข้าไปในรถ แล้วก็พบว่าระบบควบคุมนั้นไม่ได้แตกต่าง
ไปจากที่เขาเคยเห็นบนโลกเลย...
...เทคโนโลยีบนดาวดวงนี้จะเหมือนกับบนโลกมากเกินไปแล้ว...
วารินทร์เข้าไปนั่งในรถ แต่แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทตรงไหน
"...สตาร์ทรถยังไง..." วารินทร์ตะโกนไปทางด้านหลัง
"...กดปุ่มตรงคอพวงมาลัยด้านขวา มีอยู่ปุ่มเดียวนั่นแหละ..."
วารินทร์เอามือคลำไปทางด้านหลังพวงมาลัย พบปุ่มหนึ่ง
เขากด
ลงไป
ไฟบนหน้าปัดเปิดขึ้น หน้าปัดมีลักษณะเป็นจอภาพแนวยาวขนาด
พอดีกับช่อง ภายในแสดงมาตรต่างๆ
"...อย่างอื่นก็เหมือนกับรถที่เคยขับนั่นแหละ อย่าชักช้า..."
วารินทร์มองไปที่คันเกียร์ ...เป็นเกียร์อัตโนมัติ...
เขาผลักเกียร์ไปในตำแหน่งเดินหน้า เหยียบคันเร่ง
รถเคลื่อนที่ออกไปด้วยความเงียบและนิ่มนวล
=============================================
วารินทร์ขับรถตรงไปเรื่อยๆบนถนน ไฟจากหน้ารถของเขา ส่องสว่าง
ออกไปไกลบนถนนซึ่งเป็นสี่ช่องจราจร
"...แล้วเราจะไปที่ไหนต่อ..."
ร่างที่อยู่ทางด้านหลังขยับขึ้นมาทางด้านหน้ารถ มีลูกกรงเหล็กแข็งแรง
คั่นระหว่างตัวเขากับร่างนั้น สายตาคู่นั้นมองตรงออกไปทางด้านหน้า
"...ขับตรงไปเรื่อยๆ พอเห็นป้ายบอกทางหลวงหมายเลขสอง
ให้เลี้ยวไปทางซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ จะถึงขอบโดม
ที่นั่นจะมีด่าน
...แกคงต้องเล่นละครต่ออีกหน่อย..."
ป้ายบอกทางแสดงถึงทางหลวงหมายเลขสองอยู่ตรงหน้า วารินทร์
ขับรถเข้าเลนซ้ายก่อนที่จะเลี้ยวเข้าทางแยกเพื่อเข้าสู่ทางหลวงหมาย
เลขสอง
แสงสีทองเริ่มจับขอบฟ้าในจุดหมายที่ทั้งสองกำลังตรงไป...
"...คุณชื่ออะไร บอกให้ผมทราบได้ไหม..."
ร่างที่อยู่ด้านหลังตอบกลับมา เป็นคำตอบที่วารินทร์ไม่เคยคิดว่า
จะมาได้ยินกับหูของตนเองที่นี่
"...ฉันชื่อแคธี..."
"...และถ้าแกเป็นวารินทร์ตัวจริง แกก็คือพ่อฉัน..."
==========================================
วารินทร์ชะลอรถหยุดลง เสียงล้อรถบดไปบนกรวดข้างทาง
ก่อนที่รถจะหยุดนิ่งสนิท วารินทร์หันกลับมายังผู้ที่อยู่ท้ายรถ
"...แคธี่... เป็นไปไม่ได้..."
สายตาคู่นั้นที่ฉายผ่านลูกกรงเหล็กมองมายังวารินทร์ ...ราวกับ
สายตาของมารีนที่กำลังจ้องเขาอยู่...
"...แกนั่นแหละที่ทำเรื่องทุกอย่างให้มันเป็นไปอย่างนี้..."
เสียงนั้นหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดต่อ แต่เป็นเรื่องอื่น
"...ยังไงแกก็รีบขับให้ผ่านออกไปนอกเขตโดมก่อน ถึงหมู่บ้านแล้ว
เราค่อยมาคุยกัน หยุดตรงนี้อาจจะเป็นที่สังเกตได้..."
...ใช่สิ รถขนนักโทษมาจอดข้างทางนานขนาดนี้ อาจจะมีปัญหาได้...
วารินทร์คิดดังนั้นจึงเคลื่อนรถออกไป
ในไม่ช้า วารินทร์ก็สังเกตเห็นได้ถึงขอบโดมด้านหน้า
ถนนนั้นตรง
ผ่านขอบโดมออกไปด้านนอก ที่นั่นมีด่านตั้งอยู่
เจ้าหน้าที่สองสาม
คนกำลังตรวจตรารถที่จอดอยู่ตรงนั้น
"...แล้วจะผ่านด่านยังไง..." วารินทร์ซักต่อ
"...แกก็บอกไปล่ะกันว่า แกเป็นผู้ดูแลสถานที่ แล้วแกก็กำลังพานักโทษ
แคธี่ไปที่เนินกำจัดนักโทษ..."
เสียงของแคธีในร่างของมารีนเท้าวัวนั้นหยุดลง สายตาของแคธีวาววับ
เมื่อพูดประโยคต่อมา
"...ที่ซึ่งฉันอยากจะเห็นเจ้าผู้ดูแลสถานที่ไปถูกกำจัด เหมือนกับพวกฉันที่
ล้มเหลวจากการทดลองของมัน..."
============================================
วารินทร์ผ่านด่านมาได้โดยไม่ยากเย็น เพียงแต่อ้างชื่อ "ผู้ดูแลสถานที่
แห่งมาโซเนีย" เหล่าพวกเจ้าหน้าที่ก็ทำท่าทางลุกลี้ลุกลน
พล่านไปมา
...ราวกับสิ่งที่วารินทร์เคยเห็นมาจากบางสถานที่บนโลก ยามเมื่อ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงลงไปตรวจตรางานสนามโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า...
ถนนสี่เลนจากในโดม เมื่อผ่านออกมาข้างนอกเหลือเพียงสองเลน
วารินทร์รู้สึกได้ถึงแสงแดดยามเช้าที่แรงกว่าที่เขาเคยเห็นมาบนโลก
สองข้างทางเป็นทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา...
ก่อนเวลาเที่ยงเล็กน้อย รถวิ่งมาถึงบริเวณหุบเขา
มีต้นไม้ขึ้นอยู่
ภายในหุบเขา ล้อมรอบทะเลสาบขนาดใหญ่
มีบ้านหลังเล็กๆ
ปลูกเรียงรายกันไปตามริมทะเลสาบ
รถที่วารินทร์ขับค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปในบริเวณหมู่บ้าน
มีคนมาก
มายเดินเข้ามาหา ในมือถืออาวุธในลักษณะเดียวกับที่วารินทร์เคย
เห็นภายในห้องนอนของตนเอง
"...จอดรถ ออกมาและยกมือขึ้นเหนือหัว..."
คนหนึ่งในนั้นก้าวออกมาทางด้านหน้า ปืนที่อยู่ในมือเล็งมาที่เขา
แต่สิ่งที่ทำให้วารินทร์สนใจมากกว่านั้นก็คือ มือที่ถือปืนนั้นมีขนสีดำ
นิ้วยาวผิดปกติเหมือนกับมือลิง...
วารินทร์มองไปยังคนอื่นๆ ...แล้ววารินทร์ก็สังเกตเห็นว่า
ทุกคน
ในที่นั้นมีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเป็นสัตว์ในตระกูล
เลี้ยงลูกด้วยนม...
...นี่มันเมืองลับแลหรืออย่างไร...
วารินทร์ลงจากรถ มือทั้งสองยกขึ้นเหนือหัว
"...หันหลังกลับไป พิงกับรถ..."
วารินทร์ทำตามที่สั่ง มีมือสองมือเข้ามาตบๆ รอบๆ ตัวของวารินทร์
จากสายตาเขาพอมองเห็นได้ว่า มือหนึ่งนั้นเป็นกีบเหมือนกับกีบวัว
อีกมือหนึ่งเป็นมือลิง
วารินทร์ได้ยินเสียงประตูทางด้านหลังรถเปิดออก เขาได้ยินเสียง
ที่สั่งให้เขาลงจากรถ ดังขึ้นจากทางด้านหลังรถตู้
"...ดีใจด้วยที่เธอปลอดภัย แคธี่..."
"...ไม่เป็นไรแล้ว คนนี้ช่วยแคธี่ออกมา..."
"...เราไว้ใจคนนี้ไม่ได้..."
"...แคธีพบไฮ้เจ้าผู้ดูแลสถานที่แล้ว มันกลายร่างเป็นพ่อของแคธี
บางที
ตัวการอาจจะไม่ใช่พ่อของแคธีอย่างที่คิดกันตอนแรกก็ได้นะ..."
"...อย่าลืมนะ แคธี เรายังไม่รู้อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต
แคธีก็รู้ดี
ว่าเรายังวางใจอะไรไม่ได้ตอนนี้..."
วารินทร์รู้สึกว่ามีมือสองสามมือกดเขาเข้ากับรถ มืออีกสองมือดึง
มือเขาที่วางไว้ด้านบน รวบไว้ด้านหลังและถูกตรึงเข้าด้วยกันด้วย
วัสดุบางอย่าง เขาถูกดึงที่ข้อมือจากด้านหลัง
หันหน้ากลับออกมา
ร่างของผู้ชายมือลิงคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขา
"...ผมชื่อวสันต์..." ชายมือลิงแนะนำตัวเอง
"...อย่างไรก็ขอขอบใจแกที่พาแคธีกลับมา แต่เรายังไม่ไว้ใจคุณ
คุณจะถูกกักบริเวณ และเราจะสอบสวนต่อไป..."
ร่างที่เหมือนกับวารีนในขาวัว เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ชายมือลิง
"...ถ้าแกเป็นตัวการของเรื่องทั้งหมดจริง ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเลย
สำหรับสิ่งที่แกทำกับแม่มารีน..."
น้ำตาใสๆ คลอดวงตาทั้งสองของเจ้าของร่างขาวัวนั้น
"...แกมันคนใจสัตว์ ทำร้ายได้แม้กระทั่งแม่ ทำร้ายฉัน
ทำร้ายมาเรีย
ทำร้ายคนทั้งโลก..."
...มาเรียและแคธี เป็นลูกสาวสวยตัวน้อยๆ น่ารักของเขาในความฝันไม่
ใช่รึ แต่ถ้านี่มันเป็นความจริง หญิงสาวในร่างของมารีนแต่มีขาเป็นวัวนี้
จะเป็นแคธีไปได้อย่างไรกัน...
=============================================
วารินทร์ถูกพาตัวเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ที่ประตูมีชายฉกรรจ์สองคน
ยืนคุม คนหนึ่งมีมือทั้งสองเป็นมือของเสือ อีกคนหนึ่งมีมือเป็นมือ
สิงโต
เขาถูกพาตรงเข้าไปในห้องรับแขก และถูกบังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้
วสันต์เดินตามเข้ามา
"...เอาล่ะ อยู่ที่นี่ไปก่อน จะมีคนคอยส่งน้ำส่งอาหารให้
การสอบ
สวนจะเริ่มขึ้นในตอนค่ำ..."
วารินทร์รู้สึกว่าคนเหล่านี้ไม่มีท่าทางอันตรายเท่าใดนัก
การกระทำ
ของพวกเขาต่อวารินทร์เองก็เป็นไปในทางป้องกันตนเองมากกว่า
...เขาคงจะสอบถามเรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายกว่านี้...
"...ผมอยากทราบอะไรบางอย่างตามที่ได้ตกลงกันไว้กับคุณแคธี
ได้ไหมครับ ก่อนการสอบสวน..." วารินทร์เอ่ยขึ้น
วสันต์มองวารินทร์อยู่พักหนึ่ง มือลิงนั้นทำท่าเกาศีรษะ ...เหมือน
กับบุคลิกของลิงบางส่วนสิงสถิตอยู่ในร่างของวสันต์...
เจ้าของร่างมือลิงหันกลับไปด้านนอก พูดคุยอะไรบางอย่าง
กับคนที่ยืนอยู่ตรงประตู แล้วหันกลับมา
"...ได้..."
============================================
แคธี ในร่างของมารีนที่เขาคุ้นเคย เดินเข้ามาภายในห้อง
มองวสันต์
ซึ่งพยักหน้าตอบ ขาวัวคู่นั้นของแคธีถูกซ่อนเอาไว้ในรองเท้าบูตสีเนื้อ
"...อยากจะฟังเรื่องราวล่ะสิ..."
วารินทร์พยักหน้า แคธีนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วพูดขึ้น
"...แกจะคิดอย่างไร ถ้าฉันจะบอกว่า โลกที่แกนั่งอยู่นี่
ไม่ใช่ดาว
เอ็กซ์-1999..."
แคธีเดินไปเปิดอุปกรณ์จอภาพติดผนังที่อยู่ในห้องรับแขกนั้น
แผ่นซีดี
เล็กๆ แผ่นหนึ่งถูกใส่เข้าไปในช่องด้านล่าง ภาพปรากฏขึ้น
...เป็นข่าวเกี่ยวกับการเดินทางไปยังดาวเอ็กซ์-1999 ของโครง
การยูเรกา...
...วารินทร์เริ่มแน่ใจในความคิดของตนเองที่สั่งสมมาตลอดนับตั้งแต่
ยานลงจอด...
"...เธอกำลังจะบอกว่า ที่นี่เป็นโลก..."
...คำตอบมาในทันใด...
"...ถูกต้อง..."
"...และถ้าพวกเราสันนิษฐานไม่ผิด แกน่าจะได้เดินทางไปในอนาคตใน
ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อรวบรวมข้อมูลในอนาคต
ก่อนที่แกจะกลับ
ไปยังโลกในอดีตอีกครั้ง และพวกเราต่างรอคอยเวลานั้นถึงยี่สิบปี..."
...สายตาของมารีนในร่างของแคธี จ้องมองตรงมาที่วารินทร์
เขาเอง
ตระหนักว่า นอกจากสายตาคู่นั้น สายตาของวสันต์
และคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่
หน้าประตู ก็กำลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยเช่นกัน
แรงกดดันถาโถมเข้ามา
หาวารินทร์อย่างเต็มที่...
...แล้วเขาก็ได้รับการยืนยันคำตอบ...
"...ใช่ ปีนี้คือค.ศ.2029..."
(จบบทที่เจ็ด)